บทที่ 2 ย้อนกลับมาในวัยเยาว์
อาภรณ์สีแดงเพลิงขับเน้นให้ผิวพรรณอันขาวผ่องของลี่อิงหลันดูเจิดจรัสราวกับนางหงส์ ท่วงท่าการเดินที่เคยอ่อนหวานนุ่มนวล แปรเปลี่ยนเป็นความสง่างามและแฝงไปด้วยความทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เสี่ยวชุ่ยเดินตามหลังผู้เป็นนายด้วยความฉงนสงสัย แต่ก็นึกชื่นชมในความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างบอกไม่ถูก
เมื่อรถม้าของตระกูลลี่จอดลงที่หน้าคฤหาสน์ตระกูลมู่หรง บรรยากาศงานเลี้ยงน้ำชาในอุทยานด้านหลังเต็มไปด้วยเหล่าคุณหนูและคุณชายจากตระกูลขุนนางชั้นสูง มู่หรงจิ่นในชุดบัณฑิตสีฟ้าอ่อนดูสุภาพและทรงภูมิ ยืนส่งยิ้มอบอุ่นต้อนรับแขกเหรื่ออยู่ตรงกลางงาน
และข้างกายของเขานั้น... คือ ไป๋ลี่ว์ บุตรสาวขุนนางชั้นผู้น้อยที่แฝงตัวเข้ามาในฐานะ 'สหายสนิท' ผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน
ยามที่ลี่อิงหลันก้าวเข้าสู่งานเลี้ยง ทุกสายตาพลันหันมามองเป็นตาเดียว ชุดสีแดงสดตระการตากับแววตาที่เยือกเย็นเฉียบคมของนาง ดึงดูดสายตาของผู้คนจนมู่หรงจิ่นถึงกับตะลึงงันไปชั่วขณะ
"อิงหลัน..." มู่หรงจิ่นรีบเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มอุ่นเอื้อน "วันนี้เจ้าแต่งกายแปลกตานัก แต่ก็... งดงามยิ่ง"
ลี่อิงหลันมองใบหน้าของบุรุษตรงหน้า ใบหน้าที่เคยทำให้นางลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ ในยามนี้กลับสร้างความรังเกียจสะอิดสะเอียนให้นางจนอยากจะเอามีดแทงให้ดิ้นตาย ทว่านางกลับทำเพียงยิ้มบางๆ ที่ริมฝีปาก ยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ขอบคุณสำหรับคำชมเจ้าค่ะ คุณชายมู่หรง" เสียงของนางเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเขินอายหรือความออดอ้อนเช่นกาลก่อน
มู่หรงจิ่นขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับสรรพนามที่ห่างเหิน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ไป๋ลี่ว์ก็รีบก้าวเข้ามาแทรกกลางทันที นางประสานมือย่อกายอย่างนอบน้อม ดวงตาส่อแววใสซื่อบริสุทธิ์
"พี่อิงหลันมาแล้วหรือเจ้าคะ? ลี่ว์เอ๋อร์คิดถึงพี่หญิงเหลือเกินเจ้าค่ะ" ไป๋ลี่ว์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะขยับเข้ามาทำทีเป็นจับมือของลี่อิงหลัน "วันนี้ลี่ว์เอ๋อร์ตั้งใจเตรียมชาดอกกุหลาบพันธุ์พิเศษมาเพื่อพี่หญิงโดยเฉพาะเลยนะเจ้าคะ"
ลี่อิงหลันดึงมือกลับเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ยอมให้ไป๋ลี่ว์ได้สัมผัสผิวกาย
ในชาติก่อน... ในงานเลี้ยงน้ำชาแห่งนี้เอง ไป๋ลี่ว์ได้ใช้ 'ชาดอกกุหลาบ' ถ้วยนี้ สร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นสะดุดล้มจนชาร้อนๆ รดใส่เสื้อผ้าของตนเอง แล้วใส่ร้ายว่าลี่อิงหลันตั้งใจอิจฉาริษยาและอุปโลกน์ตนว่าเป็นคนใจแคบต่อหน้าคุณหนูคนอื่นๆ จนมู่หรงจิ่นต้องออกตัวปกป้องไป๋ลี่ว์และตำหนินางอย่างรุนแรง
มารยาเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ผล... ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้ใช้มันอีก!
"ชาดอกกุหลาบหรือ?" ลี่อิงหลันเอ่ยขึ้นเสียงดังพอที่จะทำให้เหล่าคุณหนูในบริเวณนั้นหันมาสนใจ "น้องไป๋ลี่ว์ช่างมีน้ำใจนัก ทว่า... ข้าจำได้ว่าร่างกายของน้องไป๋ลี่ว์อ่อนแอ แพ้เกสรดอกไม้ง่ายมิใช่หรือ? เหตุใดจึงยุ่งยากต้มชาดอกไม้ด้วยตนเองเช่นนี้เล่า?"
ไป๋ลี่ว์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววตระหนกวูบหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเป็นซาบซึ้ง "เพื่อพี่หญิงแล้ว ลี่ว์เอ๋อร์ลำบากนิดหน่อยจะเป็นไรไปเจ้าคะ..."
"เช่นนั้นหรือ?" ลี่อิงหลันยิ้มกว้างขึ้น รังสีความกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจากร่าง "ถ้าเช่นนั้นก็อย่าให้เสียน้ำใจเลย ไป๋ลี่ว์ รินชามาสิ"
ไป๋ลี่ว์รีบเดินไปยกกาชาดินเผา รินน้ำชาสีชมพูอ่อนลงในถ้วยกระเบื้องอย่างพิถีพิถัน จากนั้นจึงถือถ้วยชาเดินยิ้มเข้ามาหาลี่อิงหลัน ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะแกล้งทำเป็นก้าวขาพลาดเพื่อถลันตัวเข้าหาลี่อิงหลันเหมือนในชาติก่อน...
พรึ่บ!
ลี่อิงหลันกลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นเหยื่อ! นางเบี่ยงตัวหลบไปข้างหลังครึ่งก้าวอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล พร้อมกับยกปลายจานรองถ้วยชาในมือของตนขึ้นดักทางไว้เบาๆ
ไป๋ลี่ว์ที่ตั้งใจจะล้มใส่ลี่อิงหลัน เมื่อหลงจังหวะเพราะเป้าหมายหายไป จึงเสียการทรงตัวจริงๆ! น้ำชาร้อนฉ่าในถ้วยที่นางถืออยู่จึงหกกระเซ็นรดใส่หน้าอกและแขนของไป๋ลี่ว์เองเต็มๆ!
"กรี้ดดดดด! ร้อน! ร้อนเหลือเกินเจ้าค่ะ!"
เสียงกรีดร้องของไป๋ลี่ว์ดังลั่นอุทยาน ถ้วยกระเบื้องตกแตกกระจายบนพื้น นางเกลือกกลั้วลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด เสื้อผ้าเนื้อบางถูกน้ำชาร้อนสะเก็ดรดจนผิวเริ่มแดงเป็นผื่น
"ลี่ว์เอ๋อร์!" มู่หรงจิ่นตกใจสุดขีด รีบเข้าไปประคองไป๋ลี่ว์ขึ้นมาทันที เขามองหน้าลี่อิงหลันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ตวาดออกมาอย่างลืมตัว "อิงหลัน! เจ้าทำอะไรของเจ้า! เหตุใดจึงต้องหลบและผลักนางเช่นนี้!"
เหล่าคุณหนูรอบข้างต่างเริ่มซุบซิบ แต่ลี่อิงหลันกลับยืนนิ่ง สีหน้าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก นางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวด้วยท่วงท่าสูงส่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและชัดถ้อยชัดคำ
"คุณชายมู่หรง... พูดจาโปรดระวังปากด้วย!" ลี่อิงหลันเน้นเสียงหนักแน่น "ข้ายืนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ยื่นมือไปแตะต้องนางเลยแม้แต่นิ้วเดียว ทุกคนในที่นี้ก็เห็นอยู่เต็มตาว่าน้องไป๋ลี่ว์เดินสะดุดขากระโปรงของนางเอง! หากข้าไม่หลบ ชาร้อนๆ ถ้วยนั้นมิใช่จะหกรดหน้าข้าหรือ?"
"เจ้า..." มู่หรงจิ่นอึกอัก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลี่อิงหลันเบี่ยงตัวหลบจริงตามที่นางพูด
"อีกอย่าง..." ลี่อิงหลันหรี่ตาลง มองไป๋ลี่ว์ที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมกอดของมู่หรงจิ่น "น้องไป๋ลี่ว์เป็นเพียงบุตรสาวขุนนางชั้นล่าง แต่นางกลับกล้าเดินถือชาร้อนเข้ามาใกล้ข้าโดยขาดความระมัดระวัง กิริยาสะเพร่าไร้การอบรมเช่นนี้ หากวันหน้าไปทำใส่พระบรมวงศานุวงศ์ ตระกูลมู่หรงมิโดนตัดหัวยกตระกูลหรอกหรือ?"
คำพูดของลี่อิงหลันทรงพลังและมีเหตุผล จนขุนนางและคุณหนูรอบข้างต่างพยักหน้าเห็นพ้อง ซุบซิบถึงความซุ่มซ่ามและกิริยาไม่งดงามของไป๋ลี่ว์ทันที
"จริงด้วย... คุณหนูลี่พูดถูก"
"นางเป็นใครกัน ถึงได้เดินเงอะๆ งะๆ ถือของร้อนเข้าหาคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างนั้น"
"ทำตัวน่าสงสารแต่ไร้การอบรมจริงๆ..."
ไป๋ลี่ว์หน้าเสียจนซีดเผือด ความเจ็บปวดจากแผลน้ำร้อนลวกยังไม่เท่าความอับอายที่ถูกลี่อิงหลันฉีกหน้าต่อหน้าธารกำนัล นางพยายามจะเอ่ยปากอธิบาย "พี่หญิง... ข้า... ข้าไม่ได้ตั้งใจ..."
"พอทีเถิด" ลี่อิงหลันตัดบทอย่างไม่แยแส "เห็นแก่ที่คุณชายมู่หรงเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง วันนี้ข้าจะไม่เอาความเรื่องความซุ่มซ่ามของคนของท่าน แต่ชาร้อนถ้วยนี้... ก็ถือว่าสวรรค์ทรงลงโทษผู้ที่ขาดสติปัญญาก็แล้วกัน!"
มู่หรงจิ่นกรามเกร็งด้วยความโกรธทว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะสถานะของตระกูลลี่ในยามนี้ยังคงยิ่งใหญ่กว่าตระกูลมู่หรงมาก เขาได้แต่ประคองไป๋ลี่ว์ไว้ด้วยความเจ็บใจ
ลี่อิงหลันยิ้มหยันในใจ มองภาพตรงหน้าด้วยความสะใจเบาๆ นี่เป็นเพียงแค่ 'ก้าวแรก' เท่านั้น ชาตินี้... นางจะไม่ยอมให้คนพวกนี้ใช้มารยามาเหยียบย่ำนางได้อีกแม้แต่ปลายเล็บ!
